ปิ่น มาลากุล

จาก Wiki2

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

กลอนจาก หม่อมหลวง ปิ่น มาลากุล

พ่อแม่หวังพึ่งพาเจ้า
ครูเล่าหวังเจ้าสร้างชื่อ
ชาติหวังกำลังฝีมือ
เจ้าคือความหวังของทั้งมวล


"...ในโลกนี้มีอะไรเป็นไทยแท้
ของไทยแน่นั้นหรือคือภาษา
ทั้งคนมีคนจนแต่ต้นมา
ใช้ภาษาไทยทั่วทุกตัวตน

เด็กตะโกนกึกก้องร้องเรียกแม่
เริ่มใช้คําไทยแท้มาแต่ต้น
ไม่มีต่างภาษามาปะปน
ทุกทุกคนก็สุขสบายใจ

แม่อยากให้ลูกรักได้พักผ่อน
ก็ไกวเปลให้นอนจนหลับไหล
สําเนียงกล่อมร่ายร้องทํานองไทย
ติดหูแต่สมัยโบราณมา

พอโตขึ้นส่งเจ้าเข้าโรงเรียน
ได้เริ่มอ่านเริ่มเขียนเรียนภาษา
ภาษาไทยนั้นได้พัฒนา
เป็นภาษาขีดเขียนได้เรียนกัน

บ้างชอบอ่านถ้อยคําทํานองเสนาะ
ภาษาไทยไพเราะไม่แปรผัน
มีเสียงวรรณยุกต์ทุกทุกชั้น
ขับร้องกันได้ง่ายคล้ายดนตรี

ฉะนั้นหรือจะไม่ให้รักเจ้า
ภาษาไทยของเรามีศักดิ์ศรี
เกิดเป็นไทยคนหนึ่งเราจึงมี
ของดีดีชื่อว่า "ภาษาไทย"... ฯ


ม.ล. ปิ่น มาลากุล


ในโลกนี้มีอะไรเป็นไทยแท้...........ของไทยแน่นั้นหรือคือภาษา
ซึ่งผลิดอกออกผลแต่ต้นมา..........รวมเรียกว่าวรรณคดีไทย
อนึ่งศิลป์งามเด่นเป็นของชาติ.......เช่นปราสาทปรางค์ทองอันผ่องใส
อีกดนตรีร่ายรำลวดลายไทย.........อวดโลกได้ไทยแท้อย่างแน่นอน
และอย่าลืมจิตใจแบบไทยแท้.......เชื่อพ่อแม่ฟังธรรมคำสั่งสอน
กำเนิดธรรมจริยาเป็นอาภรณ์........ประชากรโลกเห็นเราเป็นไทย
แล้วยังมีประเพณีมีระเบียบ...........ซึ่งไม่มีที่เปรียบในชาติไหน
เป็นของร่วมรวมไทยให้คงไทย......นี่แหละประโยชน์ในประเพณี
ได้รู้เช่นเห็นชัดสมบัติชาติ............เหลือประหลาดล้วนเห็นเป็นศักดิ์ศรี
ล้วนไทยแท้ไทยแน่ไทยเรามี.........สิ่งเหล่านี้คือวัฒธรรม
(หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล)


" อันอำนาจใดใดในโลกนี้
ไม่เห็นมีเปรียบปานการศึกษา
สร้างคนหาค่ามิได้ในโลกา
ขึ้นจากผู้ที่หาค่าไม่มีฯ "


" อันตึกงามกับสนามกว้างสร้างขึ้นได้
มีเงินหยิบโยนให้ก็เสร็จสรรพ์
แต่งามจิตใจกว้างนั้นต่างกัน
การอบรมเท่านั้นเป็นปัจจัยฯ "

อันอำนาจใดใดในโลกนี้
ไม่เห็นมีเปรียบปานการศึกษา
สร้างคนหาค่ามิได้ในโลกา
ขึ้นจากผู้ที่หาค่าไม่มี

กล้วยไม้มีดอกช้า..........ฉันใด
การศึกษาเป็นไป...........เช่นนั้น
แต่ดอกออกคราวไร......งามเด่น
งานสั่งสอนปลูกปั้น.......เสร็จแล้วแสนงาม

การเป็นครูนั้นไซร้ไม่ลำบาก
แต่สอนดีนั้นยากเป็นนักหนา
เพราะต้องใช้ศิลปวิทยา
อีกมีความเมตตาอยู่ในใจ

ตระเวนไปอยากได้การศึกษา
จนยุโรปอเมริกาก็ถ้วนทั่ว
มนุษย์เชี่ยวเชิงวิชาอย่างน่ากลัว
แต่ใจคนจะชั่วไม่เปลี่ยนแปลง
ระลึกคุณพระพุทธสุดประเสริฐ
สงบเกิดแก่ใจได้รู้แจ้ง
ฝึกฝนจิตส่วนร้ายหายรุนแรง
ศึกษาแหล่งที่แท้อยู่แค่ใจ

"ประเทศเรานั้นหรือคือตึกใหญ่ จะมั่นคงอยู่ได้เพราะรากฐาน เข็มตอกลึกศึกษาประชาบาล ส่วนนายงานนั้นหรือก็คือครู เราทำงานอาบเหงื่อเพื่อวางราก ไม่มีใครออกปากว่าสวยหรู บ้านเราเองจะหวังให้ใครมาดู แต่เรารู้เราเห็นเป็นสุขเอยฯ"

ครูถูกหาว่าเป็นเช่นเรือจ้าง
แล่นระหว่างสองฟากไม่ไปไหน
นักเรียนสิศึกษาก้าวหน้าไป
ได้เป็นใหญ่เป็นโตมโหฬาร

ที่เปรียบมาล้าสมัยเห็นได้ชัด
เราได้จัดเรือยนต์แพขนาน
ทำงานบนหนทางสร้างสะพาน
ให้ยอดยานผ่านข้ามแม่น้ำไป

ใครจะข้ามทางเก่าเราไม่ว่า
แต่ทางใหม่มีมาวิชาใหม่
วิชาช่างแพขนานนั่นปะไร
สะพานใหญ่สามัญมัธยม

เหล่านี้แหละงานครูรู้ไว้เชิด
ประโยชน์เกิดแก่ประเทศพิเศษสม
ศิษย์ได้ดีครูมีแต่ชื่นชม
กล้วยไม้ออกดอกสมเจตนา

มุ่งอบรมบ่มนิสัยให้คนดี
ครูเหนื่อยยากนานมีก็ไม่ว่า
เจริญรอยบรมบาทศาสดา
จะเรียกว่าเรือจ้างได้อย่างไร


พ่อแม่รักลูกแม้น ดวงตา
ยังส่งลูกรักมา มอบให้
ลูกเราสิรักษา ดีสุด ใจเฮย
ของที่รับฝากไว้ จักต้อง ทวีคูณ


กล้วยไม้ออกดอกช้า ฉันใด
การศึกษาเป็นไป เช่นนั้น
แต่ดอกออกคราใด งามเด่น
งานสั่งสอนปลูกปั้น เสร็จแล้ว แสนงาม

อนิจจาคนแก่

อนิจจาคนแก่แย่หนักหนา
ต้องศึกษาพยายามตามสมัย
"เอกลักษณ์" "ทักษะ" คืออะไร
คงมิใช่ภาษาพญายักษ์
"ค่านิยม""ช่องว่าง" ศัพท์อย่างนี้
แต่ก่อนกี้ที่ไหนไม่ประจักษ์
เคยเรียนกับหลวงตามาเสียนัก
ท่านไม่ยักได้สอนโอ้อ่อนใจ
บัดนี้ต้องพากเพียรเรียนจากหลาน
ยกให้เป็นอาจารย์ตามสมัย
หลานบอกว่า "ช่องว่าง" คืออย่างไร
ทำให้เด็กผู้ใหญ่ไม่พบกัน


ในโลกนี้มีอะไรเป็นไทยแท้...........ของไทยแน่นั้นหรือคือภาษา
ซึ่งผลิดอกออกผลแต่ต้นมา..........รวมเรียกว่าวรรณคดีไทย
อนึ่งศิลป์งามเด่นเป็นของชาติ.......เช่นปราสาทปรางค์ทองอันผ่องใส
อีกดนตรีร่ายรำลวดลายไทย.........อวดโลกได้ไทยแท้อย่างแน่นอน
และอย่าลืมจิตใจแบบไทยแท้.......เชื่อพ่อแม่ฟังธรรมคำสั่งสอน
กำเนิดธรรมจริยาเป็นอาภรณ์........ประชากรโลกเห็นเราเป็นไทย
แล้วยังมีประเพณีมีระเบียบ...........ซึ่งไม่มีที่เปรียบในชาติไหน
เป็นของร่วมรวมไทยให้คงไทย......นี่แหละประโยชน์ในประเพณี
ได้รู้เช่นเห็นชัดสมบัติชาติ............เหลือประหลาดล้วนเห็นเป็นศักดิ์ศรี
ล้วนไทยแท้ไทยแน่ไทยเรามี.........สิ่งเหล่านี้คือวัฒธรรม
(หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล)



ฝูงชนกำเนิดคล้าย............คลึงกัน

ใหญ่ย่อมเพศผิวพรรณ.......แผกบ้าง
ความรู้อาจเรียนทัน...........กันหมด
เว้นแต่ชั่วดีกระด้าง...........ห่อนแก้ ฤๅไหว
(จาก โคลงเสด็จประพาสยุโรป รศ.129 บทพระราชนิพนธ์ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)


มวลมนุษย์ผู้เปรื่อง...........ปรีชา เชียวแฮ
เพราะใคร่ใฝ่ศึกษา...........สิ่งรู้
รู้กิจผิดชอบหา................เหตุสอด ส่องนา
นี่แหละบุคคลผู้...............เพียบด้วย ความเจริญ
(โคลงสลับกาพย์ พระยาอุปกิตศิลปสาร)


เมืองใดไร้สิ่งอันพึงมี ย่อมเสื่อมศักดิ์ศรีไร้คุณค่า
พระมหาธีรราชเจ้าจอมปรัชญา ทรงพระนิพนธ์ไว้ว่าน่ากังวล

เมืองใดไม่มีทหารหาญ เมืองนั้นไม่นานเป็นข้า
เมืองใดไร้จอมพารา เมืองนั้นไม่ช้าอับจน
เมืองใดไม่มีพณิชเลิศ เมืองนั้นย่อมเกิดขัดสน
เมืองใดไร้ศิลป์โสภณ เมืองนั้นไม่พ้นเสื่อมทราม
เมืองใดไม่มีกวีแก้ว เมืองนั้นไม่แคล้วคนหยาม
เมืองใดไร้นารีงาม เมืองนั้นสิ้นความภูมิใจ
เมืองใดไม่มีดนตรีเลิศ เมืองนั้นไม่เพริศพิสมัย
เมืองใดไร้ธรรมอำไพ เมืองนั้นบรรลัยแน่เอย ฯ

เครื่องมือส่วนตัว