Aerobic Exercise
จาก Wiki2
เนื้อหา |
การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพคืออะไร
คือ การออกกำลังกายเพื่อเพิ่ม หรือคงไว้ซึ่งความทนทานของระบบไหลเวียน โลหิตและปอด โดยมีขบวนการใช้ออกซิเจน ในขบวนการเผาผลาญ เพื่อให้ เกิดพลังงานสำหรับการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง จึงมีชื่อเรียกการออก กำลังกายชนิดนี้ว่า AEROBIC EXERCISE
ความฟิตคืออะไร Physical fittness
ความฟิตไม่ได้หมายถึงว่าคุณสามารถวิ่งได้ระยะทางเท่าใด หรือยกน้ำหนักได้เท่าใด แต่ ความฟิตหมายถึงประสิทธิภาพของหัวใจ ปอดและกล้ามเนื้อทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปถ้าหากออกกำลังกายได้อย่างน้อยวันละ 30 นาทีโดยออกหนักปานกลาง สัปดาห์ละอย่างน้อย 5 วันถือว่าได้ออกกำลังแบบ aerobic exercise รายละเอียดมีในออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ความฟิตของร่างกายต้องประกอบด้วยปัจจัย 5 อย่าง
- Cardiorepiratory endurance หมายถึงความสามารถของหัวใจที่จะสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้อย่างเพียงพอในขณะที่ออกกำลังกาย การออกกำลังกายแบบ areobic จะเป็นการฝึกให้หัวใจแข็งแรง
- Muscular strength ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อซึ่งเราสามารถเพิ่มความแข็งแรงได้โดยการยกน้ำหนัก หรือวิ่งขึ้นบันได
- Muscular enduranceความทนของกล้ามเนื้อหมายถึงความสามารถของกล้ามเนื้อที่จะทำงานอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่เกิดอาการเมื่อยล้า
- สัดส่วนของร่างกาย หมายถึงสัดส่วนของกล้ามเนื้อ กระดูก ไขมัน การออกกกำลังจะทำให้มีปริมาณกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นแต่ปริมาณไขมันจะลดลง อาจจะดูได้จากดัชนีมวลกาย
- Flexibility ความยืดหยุดของกล้ามเนื้อ เอ็น เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อหรือข้อได้รับอุบัติเหตจากการออกกำลังกาย อ่านและฟังที่นี่
ประโยชน์ต่อสุขภาพ
- ระบบไหลเวียนโลหิต
- ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงมากขึ้น สามารถสูบฉีดโลหิตได้ปริมาณมากขึ้น
- เพิ่มหลอดโลหิตฝอยมาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจมากขึ้น
- ลดอัตราการเต้นของหัวใจ ทั้งในขณะพัก และออกกำลังกาย ทำให้ไม่เหนื่อยง่าย
- ลดแรงต้านทานส่วนปลายของหลอดโลหิตฝอยทำให้ความดันโลหิตลดลงทั้งขณะพัก และออกกำลังกายลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง
- ระบบหายใจ
- ความจุปอดเพิ่มขึ้น ทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนมากขึ้น
- เพิ่มปริมาณโลหิตไปสู่ปอด ทำให้การไหลเวียนของปอดดีขึ้น
- เพิ่มประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนก๊าซที่ปอด ทำให้ประสิทธิภาพการหายใจดีขึ้น
- ระบบชีวเคมีในเลือด
- ลดปริมาณคอเลสเตอรอล (Cholesterol) และไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) จึงลดอัตราเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน และโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน
- เพิ่ม HDL Cholesterol ซึ่งช่วยลดการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
- ลดน้ำตาลส่วนเกินในเลือด เป็นการช่วยป้องกันโรคเบาหวาน
- ระบบประสาทและจิตใจ
- ลดความวิตกกังวลและคลายความเครียด
- มีความสุขและรู้สึกสบายใจจากสาร Endorphin ที่หลั่งออกมาจากสมองขณะออกกำลังกาย
- ลดความเสี่ยงต่อโรค
- การเกิดโรคหลอดเลือดแข็ง
- โรคหัวใจ
- การเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
- ความดันโลหิตสูง
- โรคเบาหวาน
- โรคกระดูกพรุน
- โรคข้อเสื่อม เข่าร้องเพลง
แรงจูงใจในการออกกำลังกาย
ในการเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิต หรือการเปลียนแปลงใดๆโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจะต้องมีสิ่งจูงใจ กระตุ้นให้ทำ สำหรับท่านที่สูงอายุหรือมีโรคประจำตัวทำให้ท่านสูยเสียความสามารถบางอย่าง ไป แต่เมื่อได้ออกกำลังกายโดยการเพิ่มพลังแล้วความสามารถบางส่วนอาจจะกลับคืนมา ท่านลองหลับตานึกถึงเรื่องที่เป็นความฝันของท่าน
- การมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข นอนหลับ กินอร่อย แปลงฟันเอง ดูแลตัวเองได้ เดินไปไหนมาไหนได้เอง
- ท่านอยากทำงานที่ท่านชอบได้มากๆ และนานๆ เช่น ทำเว็ป
- สำหรับท่านที่ชอบเล่นกอลฟ์ หากท่านบริหารร่างกายจนแข็งแรงและสามารถเล่นกอลฟ์ได้ ท่านจะมีความสุขเพียงใด
- สำหรับท่านที่ชอบท่องเที่ยว หากร่างกายแข็งแรงสามารถไปท่องเที่ยวทั่วโลกได้ ท่านสามารถทำความฝันให้เป็นจริงเพียงท่านทำตามแผนการออกกำลังกาย
- สำหรับท่านที่มีโรคประจำตัว หากท่านบริหารร่างกายจนแข็งแรง ไม่ต้องพึ่งพาลูกหลานจูง ท่านสามารถช่วยตัวเองในชีวิตประจำวัน หรืออาจจะช่วยงานลูกหลาน
- สำหรับผู้ที่มีโรคปวดข้อ หากท่านออกกำลังกายจะช่วยให้ท่านลดอาการปวดข้อ ท่านให้ท่านเคลื่อนไหวดีขึ้น
โรคที่มากับคนที่ไม่ออกกำลังกาย
- กลุ่มโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจขาดเลือด
- โรคอ้วน
- โรคเบาหวานและไขมันในเลือดสูง
- โรคเครียด
- โรคภูมิแพ้
- โรคปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- โรคมะเร็ง
ข้อควรระวัง
ข้อห้ามในการออกกำลังกายเด็ดขาด
- หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
- หัวใจเต้นผิดปกติ
- หัวใจวายที่ยังคุมอาการไม่ได้
- โรคติดเชื้อ
ต้องปรึกษาแพทย์หาก
หากมีอาการหรือโรคต่อไปนี้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฟิตร่างกาย
- ถ้าท่านอายุมากกว่า 45ปี
- หรือมีโรคประจำตัวเช่นโรคความดันโลหิตสูง ยังควบคุมไม่ได้ >200/115
- โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง
- หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ หรือเป็นโรคหัวใจ
- มีอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยมาก
- มีอาการหน้ามืด
- เกลือแร่บกพร่อง
- ตั้งครรภ์
- โรคติดเชื้อ
ขณะเจ็บป่วย
ไม่ควรจะออกกำลังกายเพราะจะทำให้โรคเป็นมากขึ้น ควรจะพักจนอาการดีขึ้น หากพักเกินสองสัปดาห์เวลาเริ่มออกกำลังกายควรจะเริ่มเบาๆก่อน และหากท่านเป็นโรคเรื้อรังควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกาย
ท่านควรจะหยุดการออกกำลังกายเมื่อ
และปรึกษาแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้
- เป็นไข้หวัด หรือโรคอื่นๆ
- รู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ
- บวม ปวดกล้ามเนื้อหรือข้อ
- มีอาการอื่นๆ
- เจ็บหน้าอกหรือหัวใจเต้นเร็ว
- หายใจเหนื่อย
- เป็นไส้เลื่อน
ปัจจัยสำคัญ
1. Frequency (F)
หมายถึงความถี่ในการออกกำลังกายใน 1 สัปดาห์ อย่าง น้อย 3 วัน อย่างมาก 6 วัน
2. Intensity (I)
หมายถึงความหนักในการออกกำลังกาย ใช้อัตราการเต้น ของชีพจรเป็นเกณฑ์ ให้ได้ประมาณระหว่างร้อยละ 70-90 ของอัตราเต้น สูงสุดของหัวใจ ซึ่งสามารถคำนวนได้จากการนำอายุไปลบออกจากเลข 220 ตัวอย่างเช่น ชายอายุ 20 ปี จะใช้ความหนักในการออกกำลังกายชนิดนี้เท่า ใด
คำตอบคือ (220-20)x 70 ถึง 90 หาร 100 เท่ากับ 140 ถึง 180 ครั้งต่อนาที
3. Time (T)
หมายถึง ช่วงเวลาในการออกกำลังกายในแต่ละวัน อย่างน้อย 10-15 นาที ใน 6 วัน อย่างมาก 30-45 นาทีใน 3 วัน
เทคนิคของการออกกำลังกายเป็นประจำ
- จะต้องตระหนักว่าการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตซึ่งจะขาดไม่ได้เหมือนการนอนหลับ หรือการรับประทานอาหาร
- เลือกการออกกำลังกายที่ชอบที่สุด และสะดวกที่สุด
- ครอบครัวอาจจะมีส่วนร่วมด้วยก็จะดี
- ช่วงแรกๆของการออกกำลังกายไม่ควรจะหยุด ให้ออกจนเป็นนิสัย
- บันทึกการออกกกำลังกายไว้
- หาเป็นไปได้ควรจะมีกลุ่มเพื่อออกกำลังกายร่วมกันเพราะกลุ่มจะช่วยกันประคับประคอง
- ตั้งเป้าหมายการออกกำลังและการรับประทานทุกเดือนโดยอย่าตั้งเป้าหมายสูงเกินไป
- ติดตามความก้าวหน้าโดยดูจากสมุดบันทึก
- ให้รังวัลเมื่อสามารถบรรลุเป้าหมาย(ห้ามการเลี้ยงอาหาร)
- ที่สำคัญการออกกำลังแม้เพียงเล็กน้อยดีกว่าการไม่ออกกำลังกาย
รูปแบบการออกกำลังกาย
มีหลากหลายชนิดเช่น elliptical Trainers, รำกระบอง, วิ่งเหยาะ, เดินเร็ว, ขี่จักรยาน, ว่ายน้ำ, เต้นแอโรบิค, ฟุตบอล, บาสเก็ตบอล, เทนนิส, แบดมินตัน, ตระกร้อข้ามตาข่าย, วอลเลย์ บอล เป็นต้น
การออกกำลังกายนี้ ควรรู้วิธีเหยียดและยืดกล้ามเนื้อ รวมทั้งอุ่นเครื่อง (Warm up) และเบาเครื่อง (Cool down) หลักในการปฏิบัติ เป็นการใช้ กล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างน้อย 1 ใน 6 ส่วนของร่างกาย ออกกำลังอย่างสม่ำ เสมอ
ข้อควรระวัง
ควรงดการออกกำลังกาย ในขณะเจ็บป่วย มีไข้ พักผ่อนไม่พอควรออกกำลัง กายก่อนอาหารหรือหลังอาหารหนักผ่านไป 3-4 ชั่วโมง และดื่มน้ำอย่างเพียง พอ ควรหลีกเลี่ยงสภาพอากาศที่ร้อนจัด หนาวจัด ฝนฟ้าคะนอง มลภาวะมาก สวมเสื้อผ้าที่เหมาะสมควรพักหากมีอาการแน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน และไปพบแพทย์
