How to be programmer

จาก Wiki2

ข้ามไปที่: นำทาง, สืบค้น

ได้อ่านบทความซึ่งทำให้มีกำลังใจในการเรียนเขียนโปรแกรมจึง Link มาเก็บไว้ด้วยกัน

จาก http://www.javathailand.com

From http://www.thaidev.com

ประสพการณ์ตรง

ผมเองก็ไม่ได้เรียนด้านคอมพิวเตอร์มาโดยตรง หาความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเองมาโดยตลอด ผมเริ่มรู้จักคอมพิวเตอร์ตั้งแต่สมัย Apple II ออกขาย ในไทย คอมพิวเตอร์ยุคนั้นเป็นคอมพิวเตอร์ 8 Bit ยุคนั้นราคายังแพงมากหากเทียบกับเงินเดือนในยุคนั้น

ที่โรงงานที่ทำงานอยู่ก็ซื้อคอมพิวเตอร์ NEC 8 Bit มา 2 เครื่อง มี Memory 64 K ไม่มี Hard disk มีแต่ Floppy Disk หากเปิดเครื่องโดยไม่ใส่แผ่น Floppy Disk ก็สามารถเล่น ภาษา Basic ได้ แต่ต้องใช้เครื่องบันทึกเสียงบันทึกข้อมูลลง Tape ที่ใช้ฟังเพลง เวลาบันทึกและ Load ข้อมูลจากเทปจะได้ยินเสียงเหมือนเครื่อง Fax ซึ่งเสียเวลามากและ Load Error หรือ Save Error ประจำ แต่ในยุคนั้นมีให้เล่นก็ถือว่าดีแล้ว แผนกคอมพิวเตอร์ก็ไม่ยอมให้ Floppy Disk ที่มี System Boot เพราะไม่อยากให้ใครเล่น จนต้องไปดินรนหามาเองในที่สุดก็หา Floppy Disk ที่มี System Boot ได้ จึงสามารถใช้ Floppy Disk บันทึกข้อมูลได้

ท้้งโรงงานก็มีคอมพิวเตอร์แค่สองเครื่อง เพราะเครื่องแพงมาก คนต้องการใช้งานเป็นร้อย เป็นงานป้อนข้อมูล ผมกับเพื่อนที่อยากรู้อยากเห็นต้องอยู่เย็นหลังเลิกงาน เมื่อคนกลับหมดแล้วจึงได้เล่น ที่ทำงานเป็นโรงงานที่อยู่ลึกเข้าไปในป่า จะเข้าออกต้องอาศัยรถบริษัท พอใกล้ 5 ทุ่มก็ต้องเลิก รีบไปอาศัยรถส่งกะกลับบ้าน เช้าก็มาทำงานต่อ และรอให้เลิกงานจะได้เล่นคอมพิวเตอร์

โปรแกรมพิมพ์ดีดยอดนิยมในยุคนั้นคือ Word Star ซึ่งใช้ปุ่ม Ctrl+ ปุ่นตัวอักษรอื่นๆ ไม่มี Mouse ให้ใช้ คู่มือก็เป็นภาษาอังกฤษ พิมพ์ได้แต่ภาษาอังกฤษ ก่อนจะเขียนโปรแกรมได้ก็ต้องเรียน Word Star ให้ได้ก่อน เรื่องหนังสือคู่ภาษาไทยไม่ต้องไปหาเพราะยุคนั้นยังไม่มีใครเขียนขาย คนเล่นคอมพิวเตอร์ในยุคแรกๆจึงเก่งภาษาอักกฤษไปโดยปริยาย

ผมจำได้สมัยนั้นภาษาอังกฤษก็ไม่เก่ง โชคดีมีเพื่อนเล่นคอมพิวเตอร์คู่กัน ทั้งสองคนไม่ได้อยู่แผนกคอมพิวเตอร์ แต่ชอบคอมพิวเตอร์ทั้งคู่ นั่งอ่านคู่มือและทำความเข้าใจด้วยกัน กว่าจะได้แต่ละหน้าก็ต้องช่วยกันตีความ กว่าจะเล่น Word Star ได้ก็เสียเวลาเป็นเดือนๆ

หลังจากอ่านคู่มือ Word Star เล่มเล็กๆได้สำเร็จ ก็ดีใจเข้ากรุงเทพฯ ไปร้าน Book Chest หาซื้อหนังสือคอมพิวเตอร์อื่นๆมาอ่านบ้าง เช่น DBase เป็นต้้น ในยุคนั้นจะมีหนังสือคอมพิวเตอร์ที่มาจากนอกราคาแพงมากๆ ทาง Book Chest จะเป็นที่พึ่งของนักคอมพิวเตอร์ในยุคนั้น เพราะแหล่งรวมของหนังสือ Copy พิมพ์เป็นปกขาวๆ พิมพ์จากอินเดียราคาไม่แพงพอทนกัดฟันซื้อได้ สำหรับคนบ้าคอม แต่หนังสือไม่ค่อยชัด เพราะเป็นการสำเนาหนังสือต้นฉบับ แล้วยังแถมย่อให้ตัวเล็กลงอีก จึงอ่านยากหน่อย แต่ก็ทำคนยุคนั้นเก่งภาษากันเป็นแถวๆ

สมัยนี้สะดวกกว่ามากเพราะหนังสือจริงก็ไม่แพง หน้งสือไทยก็มีมาก ทั้งที่แปลมาและเขียนเอง ซึงราคาถูกกว่าของนอกมาก การอ่านหนังสือนี้หากเป็นหนังสือทั่วๆไปผมนิยมอ่านภาษาไทย แต่หากเป็นหนังสือคอมพิวเตอร์ผมก็ยังนิยมอ่านภาษาอังกฤษ สมัยนี้ดีมากๆเพราะไม่ต้องหาซื้อ เพราะสามารถหา Download ebook จากเว็บต่างๆ ฟรีด้วย และได้เรียนภาษาอังกฤษอีกด้วย จึงอยากแนะนำให้คนที่อยากอ่านหนังสือคอมพิวเตอร์ลองไปหา eBook มาอ่านกันนะครับ

สำหรับคนที่ทำงานตามบริษัทผมอยากนแนะนำให้เรียน Visual Basic For Application หรือ Excel Macro เพราะเป็นภาษาที่ดี เรียนง่าย และประยุกต์กับงานได้ง่ายด้วย หากต้องใช้ Excel ประจำ จะช่วยลดเวลาทำงานได้มาก ผมใช้ Excel Macro เขียนระบบงานที่ทำงานหลายตัว เช่น Finite Scheduling, Production Planning ฯลฯ

ตอนนี้อายุ 60 ปี กำลังเรียน PHP อยู่ครับ ยังไม่เก่งแต่เริ่มขี้เกียจจึงต้องหาบทความที่ให้กำลังใจแบบบทความข้างต้นอ่าน คนเรามันอยู่ที่ใจครับ หากใจมันเอา กายมันก็ตามไปเอง อุปสรรค์เท่าไหร่ก็ไม่มีความหมาย แต่หากใจมันถอย ให้บังคับอย่างไรมันก็ไม่เดินครับ

รับข้อมูลจาก "http://www.noklek.com/wiki2/index.php/How_to_be_programmer"
เครื่องมือส่วนตัว